Burapha University Archives

จดหมายเหตุมหาวิทยาลัยบูรพา

BURAPHA UNIVERSITY ARCHIVES

สัมภาษณ์รองศาสตราจารย์ชารี มณีศรี

ความเป็นมาของมหาวิทยาลัยบูรพา

        บุคคลที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของมหาวิทยาลัย น่าจะเป็นนิสิตรุ่น 1 ของวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ได้แก่ รองศาสตราจารย์เชาวน์ มณีวงษ์,
รองศาสตราจารย์ประเทิน มหาขันท์, รองศาสตราจารย์สวัสดิ์ เรืองวิเศษ เป็นต้น
        ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 เป็นวิทยาเขตของวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน และต่อมาปี พ.ศ. 2517 ก็มาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย และในปี พ.ศ. 2533 ได้รับพระราชบัญญัติจัดตั้งมหาวิทยาลัยบูรพาในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ซึ่งประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา        
         พ.ศ. 2498        เริ่มก่อตั้ง วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน
         พ.ศ. 2517         มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน
         พ.ศ. 2533        มหาวิทยาลัยบูรพา   
        หลังจากที่เป็นมหาวิทยาลัยบูรพา การบริหารงานและดำเนินการเอง สมัยที่ยังเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร จะเป็นการจัดสรรงบประมาณ
แบ่งในวิทยาเขต ซึ่งสมัยนั้นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร มีวิทยาเขต 8 แห่ง จัดสรรงบประมาณแบ่งตามสัดส่วนเท่า ๆ กัน ทั้งเรื่องอาคาร, งบประมาณ
และบุคลากร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จะดูแลให้ทั้งหมด พิจารณาตามความจำเป็น คณะในวิทยาเขต ซึ่งซ้ำกัน 8 คณะ เช่น คณะวิทยาศาสตร์
มีทุกวิทยาเขต และบางคณะเท่านั้นที่มีบางวิทยาเขต เช่น คณะแพทยศาสตร์ วิทยาเขตประสานมิตร ส่วนใหญ่จะได้ค่าดำเนินการ นอกจากนั้นเป็นค่าเงินเดือน ค่าตอบแทนวัสดุใช้สอย ซึ่งพออยู่ได้ตามภาวะที่ได้รับการจัดสรร ส่วนอัตรากำลังนั้นจะได้น้อยขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละวิทยาเขต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จะเป็นหน่วยงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะมีผุ้บริหารประมาณ 30 คน มีรองอธิการบดี จากวิทยาเขต 8 แห่ง จะมีรองอธิการบดีของวิทยาเขตประสานมิตรอีกประมาณ
4-5 ฝ่าย เฉพาะรองอธิการบดีอย่างอย่างเดียวประมาณ 13 คน การผลิตนิสิตนักศึกษาจะเน้นทางด้านสังศาสตร์, ศึกษาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ก่อนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ปี พ.ศ. 2517 นั้นได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองขึ้น ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 ทำให้เกิดการผลักดันทางการเมืองและเกิดพลังมวลชน ตั้งแต่ลานพระรูปทรงม้าได้เดินขบวน ในช่วงนั้นพลเอกณรงค์ กิตติขจร ได้ผลักดันจากวิทยาลัยวิชาการศึกษา ให้เป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สภาพทั่วไปของวิทยาเขต
บางแสนก็ยังไม่แตกต่างเท่าไร เพราะยังวิทยาเขตของประสานมิตร แต่งสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ทำให้อัตรากำลังและจำนวนคณะก็ยังไม่ได้เพิ่ม จนกระทั่งได้มาเพิ่มคณะพยาบาลศาสตร์ หลังจากนั้นที่เราพัฒนามากที่สุดคือ เป็นมหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งแต่ปี 2533 เมื่อถึงปีงบประมาณ 2534 พอดีเป็นช่วงที่รัฐบาลยืดอำนาจ โดยคณะรักษาความมั่งคงแห่งชาติ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2534 โดยเป็นช่วงที่นายกสภามหาวิทยาลัยคนแรก เป็น ดร.เสนาะ อูนากูล ท่านได้รับเชิญให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ ดูแลเรื่องการเงินการคลังขแงรัฐบาลนายกอานันท์ ปันยารชุน ในช่วงนั้น และดร.เสนาะ อูนากูล เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยบูรพา และเป็นผู้ดูแลนโยบายเรื่องการเงินการคลังเศรษฐกิจ ฉะนั้นท่านก็มีส่วนช่วยผลักดัน เรื่อง งบประมาณ, อาคารของคณะต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยได้รับงบประมาณแผ่นดิน ประมาณ 50 ล้านบาท และในปี พ.ศ. 2534 ได้รับงบประมาณ ถึง 600 ล้านบาท และได้อัตรากำลังเพิ่มมากถึง 200-300 อัตรา ในช่วงปี พ.ศ. 2534 ได้มีการจัดตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์, คณะสาธารณสุขศาสตร์
และคณะศิลปกรรมศาสตร์ ทั้ง 3 คณะที่จัดตั้งในช่วงนั้น (พ.ศ. 2534) งบประมาณ, อัตรากำลัง, สถานที่ และครุภัณฑ์ ได้รับงบประมาณในการจัดสรรตามแผนงานที่ได้รับ
จน 2-3 ปีให้หลัง ได้รับงบประมาณสูงถึง 900 ล้านบาท ในช่วง 2535-2537 รวมทั้งอาคารชุดข้าราชการ 3 หลัง (คอนโดมิเนียมที่พักของข้าราชการ) ส่วนใหญ่จะได้รับ
งบประมาณในรูปของสิ่งก่อสร้าง เช่น อาคารก่อสร้างของคณะต่าง ๆ และรวบถึงบุคลากรเป็นจำนวนมาก และเป็นช่วงที่มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นนโยบายของทบวง ฯ ด้วยว่าถ้าเราจะขยายวิทยาเขต ฯ เราน่าจะขยายผ่านความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์โดยใช้ดาวเทียม เลเซอร์นำแสง มาเป็นตัวขยายการเรียนการสอนโดยเทคโนโลยีการส่งสัญญาณภาพและเสียงไปยังวิทยาเขต นโยบายส่วนนี้มาจากคุณบุญชู ตรีทอง ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย สมัยนั้นได้รับงบประมาณ 300 ล้านบาท
ปีแรกได้มา 110 ล้านบาท มีการจัดสรร ให้โครงการ IT campus อยู่ประมาณ 11 แห่ง ได้ไปแห่งละ 10 ล้าน มหาวิทยาลัยบูรพาได้มาประมาณ 7 ล้าน และโครงการ IT campus ของหมาวิทยาลัยบูรพาได้ทดลองใช้ที่วิทยาเขตจันทบุรี ฉะนั้นสิ่งที่เกิดจากความต้องการของท้องถิ่น และผู้ที่อยู่ในจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงอีสานตอนใต้ และตอนล่าง จังหวัดศรีสะเกษ, จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดนครราชสีมา ทางผู้นำท้องถิ่นขอให้ทางมหาวิทยาลัยบูรพาช่วยพิจารณาในการที่จะเปิดหลักสูตรการเรียนการสอน ประกอบกับมีมติคณะรัฐมนตรี ที่จะมำเป็นโครงการ IT campus หากในลักษณะเช่นนี้ ทางหมาวิทยาลัยก็ไม่ต้องใช้งบประมาณมาก จึงดำเนินการเสนอโครงการนี้แก่ทบวง ฯ ตั้งแต่งันที่ ๑13๓ มกราคม 2540 โดยการเสนอเรื่องวิทยาเขตสระแก้ว ซึ่งทบวง ฯ ได้พิจารณาประมาณเดือน มิถุนายน 2540 จนกระทั่งมีมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 9 กันยายน 2540 มีมติให้เห็นชอบให้ตั้งเป็นวิทยาเขตใน 2 จังหวัด คือจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งมีเนื้อที่ให้ประมาณ 400 กว่าไร่ และจังหวัดสระแก้วเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับเนื้อที่จากผู้ที่บริจาคประมาณ 1,369 ไร่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่ออนุมัติการเช่าที่ดิน และได้มีองค์การบริหารส่วนตำบล, ทางอำเภอและจังหวัด ดูแลให้เป็นอย่างดี ในแง่ของเอกสาร หลังจากที่มีมติทางมหาวิทยาลัยก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานโครงการ และมีที่ปรึกษาเป็นผู้นำทางการเมือง, ผู้ว่าราชการจังหวัด และมหาวิทยาลัยเป็นกรรมการร่วมกัน ประชุมมาครั้งที่หนึ่งในวันที่ 9 ตุลาคม 2540 มีความเห็นชอบว่าน่าจะเปิดสาขาแรกก่อนในสระแก้ว
ถ้าเราจะไปรอตามแผนงานซึ่งมีคณะเกษตรอุตสาหกรรม หรือเกษตรเทคโนโลยี ยังคงอีกนาน ประมาณ 3-4 ปี ถึงจะเปิดได้ ก็เลยตกลงในที่ประชุมว่าน่าจะเปิดสาขาเร่งดวน สาขาอื่นก่อน เป็นแนวทางมรการบริหารงานก็ได้ เป็นสาขาเทคโนโลยีบัณฑิต, สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ (ธรว.) เป็นสาขาใหม่ในมหาวิทยาลัยบูรพา โดยให้สังกัดคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งสภามหาวิทยาลัย ก็ให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2541 ขณะนี้กำลังรับสมัครสอบ 2 หลักสูตรคือ สาขาคอมพิวเตอร์ (คทว.) ของคณะวิทยาศาสตร์ 40 คน สาขาคอมพิวเตอร์สระแก้ว 40 คน ซึ่งขายใบสมัครตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2541 รับสมัครวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2541 กำลังขายใบสมัคร ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกของสระแก้ว คือหลักสูตรที่กล่าวมาแล้ว และจะมีนิสิตไปเรียนที่ วิทยาเขตสระแก้วในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2541 เนื่องจากเป็นมติคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2540
ซึ่งผ่านปีงบประมาณ 2540 ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ไม่ได้รับพิจารณาเงินงบประมาณในปี 2540 เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยได้ขอความร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งในขณะนี้
ทางภาคเอกชน โดยคณะกรรมการพิจารณาแล้วให้การสนับสนุนแก่มหาวิทยาลัยในขณะนี้คือ มหาวิทยาลัยได้ขอใช้อาคารที่ว่าการอำเภอวัฒนานครหลังเก่า เพื่อเป็นสถานที่สำนักงานชั่วคราว และอาคารเรียน ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุง ซึ่งจะเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2541 โดยใช้เงินงบประมาณของเอกชนทั้งหมด รวมทั้งเดินสายไฟและได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชนรถตู้ 1 คัน จำนวนเงิน 750,000 บาท ตั้งแต่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2540 การปรับปรุงที่ว่าการอำเภอ ฯ ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนเงิน เพราะยังอยู่
ในขณะที่ซ่อมแซม อีกเรื่องคือ การเขียน Master Plan หรือผังแม่บทของมหาวิทยาเขตสระแก้ว ทาง ส.ส.วิทยา เทียนทอง ได้จัดสรรงบประมาณให้ประมาณ 3 ล้านบาท
ทางมหาวิทยาลัย ฯ กำลังจะเซ็นสัญญากันที่จังหวัดสระแก้ว เพื่อไปทำแผนพัฒนาว่าที่ดินมีส่วนให้ทำอะไรบ้าง เช่น แหล่งน้ำ, ที่พักอาศัย เป็นต้น ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
ในการทำแผนแม่บท งบประมาณ 2542 ได้ทำการของบประมาณแผ่นดินตัวอาคาร 1 หลัง อาคารเรียนรวม 1 หลัง และในขณะนี้รัฐบาลกำลังรณรงค์ เพิ่มงานไม่เพิ่มเงิน
เป็นเงื่อนไขของรัฐบาล และได้ของบประมาณจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย ประมาณ 1 ล้านบาท เพื่อที่จะสร้างถนน 4 เลน เป็นระยะทางเชื่อมจากที่ดินวิทยาเขตสระแก้ว
กับทางหลวงประมาณ 800 เมตร สร้างค่อมทางรถไฟ ก่อนที่จะถึงอำเภอวัฒนานคร จะมีที่ทำถนนตรงไปเข้าที่วิทยาเขตสระแก้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ 1-2 ปี ทางมหาวิทยาลัยได้
เปิดสอนระดับปริญญาโทภาคพิเศษ สาขาวิชาเอกบริหารการศึกษา และสาขาวิชาเอกการประถมศึกษา ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 ในปี พ.ศ. 2541 ซึ่งได้ทำการเรียนการสอน โดยเดิมได้ขอยืมสถานที่ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระแก้วเป็นที่ทำการสอน และในปีการศึกษา 2541 จะย้ายไปที่ว่าการอำเภอวัฒนานครหลังเก่า คงจะใช้ไปอีกประมาณ 3-4 ปี เพราะรองบประมาณแผ่นดินที่ได้ขอตั้งไปในปี 2542

สัมภาษณ์โดย สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา