Burapha University Archives

จดหมายเหตุมหาวิทยาลัยบูรพา

BURAPHA UNIVERSITY ARCHIVES

สัมภาษณ์ผู้ช่วยศาสตราจารย์วาณี ฐานปนวงศ์ศาสนติ

ความเป็นมาของห้องสมุด และการบริหารห้องสมุด

         ดิฉันเข้ามารับหน้าที่ในปี พ.ศ. 2515 ในช่วงนั้น ดร.อนงค์ วิเศษสุวรรณ ไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงนั้นไม่มีเจ้าหน้าที่จึงเข้าทำงาน และตอนนั้นยังไม่มีตำแหน่งบรรณารักษ์ ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ห้องสมุด ตามวิชาชีพที่จบมา เท่าที่ทราบเดิมทีเดียวห้องสมุดแห่งนี้เริ่มมีบรรณารักษ์คนแรกที่เป็นหลักฐานอยู่ คิดว่าน่าจะเป็นอาจารย์ ศรีทอง สีหาพงษ์ ท่านปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เริ่มที่เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ในปี พ.ศ. 2498 แต่ว่าสถานที่ตั้งนั้นไม่แน่ใจว่าตั้งที่ใด บางคนบอกว่าเริ่มตั้งแต่มีตึกอำนวยการคือปี พ.ศ. 2499 เริ่มสร้างคิดว่าน่าจะเป็นปี พ.ศ. 2500 มากกว่า ต่อมาก็ย้ายมาที่เรียกว่าตึกแอล ตามรูปแบบลักษณะของอาคาร ตอนนั้นรู้สึกจะมีแค่ 2 ตึก (ตึกอำนวยการ, ตึกแอล) ข้างล่างเป็นห้องสมุด ส่วนข้างบนเป็นห้องพักอาจารย์และเป็นห้องเรียนด้วย เมื่อมีการสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเค็มจะอยู่ซีกตะวันออก ส่วนซีกตะวันตกเป็นห้องสมุด ตอนที่เข้ามารับหน้าที่นั้น ปี พ.ศ. 2515 ก็มีเจ้าหน้าที่เป็นลูกจ้างประจำ 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่พิมพ์ดีด 1 คน และเจ้าหน้าที่ธุรการ 1 คน และมีนักการภารโรง 1 คน นอกนั้นก็จะมีอาจารย์มาช่วย 1 คนและใีนิสิตช่วยงาน 10 คน ซึ่งได้รับค่าจ้างเป็นอัตราเหมาจ่ายวันละ 15 บาท ในยุคนั้นวันละ 15 บาท นิสิตสามารถใช้เงินตรงนี้เรียนจนจบได้โดยไม่ต้องอาศัยเงินจากทางบ้าน นับว่าเป็นการช่วยนิสิตขาดแคลนในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี ในช่วงนั้นเริ่มมีภาคสมทบ ห้องสมุดเปิดทำการจันทร์, พุธ และศุกร์ เวลา 7.30-20.00 น. และวันอังคาร และวันพฤหัสบดี เวลา 7.30-17.00 น. ในช่วงนั้นวันจันทร์, พุธ และศุกร์ จะมีเจ้าหน้าที่ที่เป็นอาจารย์อาสาสมัคร มีการจ้างเป็นรายวัน
ตอนที่ดิฉันเข้ามารับหน้าที่ เป็นช่วงที่ห้องสมุดกำลังปรับปรุง คืองบประมาณที่ได้ช่วงนั้นเพิ่มจากหมื่นเป็นแสนบาท สมัยนั้นก็เท่ากับล้านบาทสมัยนี้ (พ.ศ. 2541) ก็มีอาจารย์สั่งซื้อหนังสือมากและเมื่อได้รับหนังสือที่สั่งเข้ามาแล้วก็ยังไม่ได้ดำเนินการเพื่อที่จะออกให้บริการ เพราะว่าไม่มีบุคลากรที่จะดำเนินการ อันดับแรกคือดำเนินการหนังสือส่วนนี้ออกให้บริหาร เพราะอาจารย์ต้องการที่จะได้หนังสือเพื่อประกอบการเรียนการสอน และมีนิสิตช่วยงานก็แบ่งงานบางส่วนในช่วงนั้น ห้องสมุดกำลังก่อสร้าง อยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารเดิมเป็นอาคาร 2 ชั้น ซึ่งลืมบอกไปว่าในตอนแรกที่วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นรูปแบบของห้องสมุดนั้นก็จะเหมือนกันทั่วประเทศ ซึ่งเหมือนกับห้องสมุดวิทยาลัยครู แบบแแปลนเดียวกันหมด ก็ดูว่าใหญ่โต พอมารับหน้าที่ประมาณไม่ถึงปี ก็เลยต้องวางแผนขนย้ายจากตึกแอล มายังสำนักหอสมุดใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น ก็ถือโอกาสเอาวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2516 เป็นปีที่ทำการย้าย โดยใช้แรงงานคนงานกับแรงงานนิสิตช่วยงานเท่านั้นเอง ระบบขนย้ายตอนนั้นก็พยายามควบคุมทุกระยะ แต่โชคคดีที่ว่าทุกคนตั้งใจทำงานภายใน 2 วัน เผอิญเราได้อาจารย์ช่วยงานคือ ดร.ปิยะนุช คนฉลาด ตอนนั้นท่านก็เป็นอาจารย์อัตราจ้างมาช่วย และได้ท่านเป็นหัวแรงในการดำเนินงานตรงนี้ควบคุมนิสิตช่วยงานในการขนย้ายอย่างดี แต่ก็มีบรรณารักษ์คนเดียว คือดิฉัน ดำเนินงานมาโดยตลอด หลังจากที่ย้ายแล้วก็มีนิสิตช่วยงานมากขึ้น เป็น 20 คน และเพิ่มค่าจ้างเป็นวันละ 20 บาท เป็นการเหมาจ่ายโชคดีที่เราได้นิสิตที่ตั้งใจทำงาน เมื่อได้ลูกศิษย์ที่ตั้งใจทำงาน การบริหารงานในยุคนั้น ซึ่งมีเพียงคณะศึกษาศาสตร์เพียงคณะเดียว นิสิตก็มีไม่มากแต่จะมีภาคสมทบ (นิสิตเรียนในภาคค่ำ) มากและมีปัญหาในการบริการให้ยืม เพราะนิสิตช่วยงานต้องอยู่เย็นตลอดเลย เป็นปัญหาในการทำงานสมัยนั้น และต่อมาก็เริ่มมีอาจารย์เข้ามาในภาควิชาเพิ่มอีก 1 คน คืออาจารย์มีชัย สมัยนั้นยังไม่มีตำแหน่งบรรณารักษ์ เพราะฉะนั้นอาจารย์ที่จบบรรณารักษ์มา โดยอัตโนมัติก็คือการมาทำงานในห้องสมุด สมัยก่อนเราได้อาจารย์มาทำงานห้องสมุดแล้วต้องสอนด้วย แต่ตอนนั้นไม่มีวิชาเอกแต่สอนวิชาพื้นฐานวิชาการใช้ห้องสมุด นิสิตทุกคนต้องเรียนจนกระทั่งปี พ.ศ. 2517 เปลี่ยนมาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน ช่วงนั้นเริ่มมีการแบ่งคณะต่างๆ เพิ่มขึ้น ภาควิชาบรรณารักษ์ก็ย้ายไปสังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อาจารย์ก็เริ่มผลิตวิชาเอก สมัยที่เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน มีวิชาโทสอนให้กับ กศ.บ. เพราะฉะนั้นเราก็ได้แรงงานโดยอัตโนมัติจะว่าไปแล้วการทำงานสมัยนั้นไม่ค่อยมีปัญหาที่ว่าเราจะจัดกิจกรรมเราก็ได้นิสิตมาช่วยทำงาน แต่เราทุกคนก็เต็มใจทำงาน ทำให้ง่ายขึ้น ภาควิชาบรรณารักษ์นี้เริ่มพัฒนาปี 2517
แต่เริ่มรับปี 2519 ตอนนี้เริ่มมีอาจารย์ในภาควิชาเพิ่มมากขึ้นมมีอาจารย์ที่รับโอนมาหลายคนจาก 2 คนเป็น 6 คน จนกระทั่งปัจจุบัน (พ.ศ. 2541) มีนักเรียนทุนอีก 2 คน
เป็น 8 คน ตอนหลังเมื่อมีการผลิตวิชาเอกบรรณารักษ์เริ่มมีขึ้น อาจารย์บรรณารักษ์ก็ขอตัวว่าไม่เข้าไปช่วยงานในห้องสมุด จนกระทั่งปัจจุบัน (พ.ศ. 2541) แต่เราก็ยังได้สัมพันธ์ไมตรีที่ดีต่อกัน ห้องสมุดเริ่มเปลี่ยนเป็นสำนักหอสมุดประมาณปลาย ๆ ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน จนกระทั่ง พ.ศ. 2533 เป็นมหาวิทยาลัยบูรพา สถานภาพห้องสมุดเทียบเท่าคณะ การแบ่งสายงานบริหารชัดเจนขึ้น ไม่เหมือนกับยุคแรก ๆ เพราะสมัยยุคแรก ๆ คนที่ทำหลายหน้าที่ไปเป็นการมอบหมายงาน ใครถนัดทางไหนก็ให้ทำทางนั้น แต่ทุกคนก็สามารถทำงานได้ทุกอย่างเหมือนกับนิสิตช่วยงานและให้หมุนเวียนการทำงาน

สัมภาษณ์โดย: สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยบูรพา
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2541 เวลา 10.00 น.
ณ ห้องพักอาจารย์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา